PRODUCTS

Crystal Bloom Eternal Dazzle eau de parfum, 50 มล.

Crystal Bloom Eternal Dazzle eau de parfum, 50 มล.


ราวกับทุ่งดอกไม้อันงดงามท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง
กลิ่นหอมชวนหลงใหล เผยเสน่ห์อันแสนตราตรึงให้กับโลกใบนี้

วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2016
JILL STUART Crystal Bloom Eternal Dazzle eau de parfum
50 มล. ราคาชิ้นละ 2,650 บาท


ขวดผลิตภัณฑ์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ที่ทอประกายสีทองท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง

ฝาขวดประดับด้วยช่อดอกไม้คริสตัลสีเหลืองสามดอก แต่ละดอกมีห้ากลีบ
และมีคริสตัล Swarovski ที่เปล่งประกายอยู่ตรงกลางดอก
ฐานใต้ช่อดอกไม้ตกแต่งด้วยดอกสลักนูนเป็นลวดลายเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย
ออกแบบมาให้คล้ายกับดอกไม้ที่ทอประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง


ส่วนประกอบของน้ำหอม:

คงไว้ซึ่งความโปร่งสบาย และกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ที่ผลิบานจากCrystal Bloom eau de parfum
กลิ่นหอมที่แฝงด้วยเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ ผสานกับความเซ็กซี่ในแบบฉบับ bitter-sweet

กลิ่นหอม: ฟลอรัล ไชน์ แอคคอร์ด

ท็อปโน้ต
มะกรูดฝรั่ง★, เลมอน★, แบล็คเคอร์เรนท์, แอปเปิ้ล, สวีทพี*, สโนว์ดรอป*, เอเดลไวส์*

มิดเดิลโน้ต
ซันเซ็ต ไชน์ แอคคอร์ด, แม็กโนเลีย★, มิโมซ่า★, ดอกรักเร่, รานังคูลัส, กุหลาบ, พีช

เบสโน้ต
ทูทู แอคคอร์ด*, กระดังงา, มะกอก*★, ไม้ซีดาร์*★, มอสส์
*ใช้ร่วมกับ Crystal Bloom _ให้กลิ่นดอกไม้เป็นหลัก ★กลิ่นหอมจากธรรมชาติ


ส่วนผสมหลัก 1:

・ซันเซ็ท ไชน์ แอคคอร์ด
ซันเซ็ท ไชน์ แอคคอร์ดเป็นส่วนผสมหลักที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์สุดพิเศษในชั้นกลิ่นต่างๆ
หรือชั้นมิดเดิลโน้ต ซึ่งเป็นส่วนผสมสุดพิเศษในทั่วทุกมุมโลกอันได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ
JILL STUART พร้อมทั้งผลลัพธ์ที่จะดึงประกายแห่งความสดใสของแต่ละกลิ่นและทุกๆ
กลิ่นหอมออกมาด้วยการวางตำแหน่งกลิ่นเหล่านั้นให้อยู่ภายใต้ความสดใสของแสงตะวัน
นำไปสู่การคัดสรรกลิ่นหอมของดอกไม้เพื่อเป็นตัวแทนในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นของแสงอัสดง

ส่วนผสมหลัก 2:

・มิโมซ่า
ภาษาของดอกไม้: “รักซ่อนเร้น” “อารมณ์ตอบสนองที่ลึกซึ้ง” “รักแท้” “ความสง่างาม” “มิตรภาพ”
และ “ความหรูหรา”
ดอกไม้สีเหลืองสดใสและพองฟูราวกับพู่ มีตำนานมากมายว่าในสมัยโบราณ ชายชาวอียิปต์หรือชาวอเมริกันพื้นเมืองนั้นนิยมมอบดอกมิโมซ่ากิ่งเล็กๆ ให้แก่หญิงสาวเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักของพวกเขา ในประเทศอิตาลี “วันสตรีสากล” ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมนั้นยังคงมีประเพณีที่ผู้ชายจะมอบดอกมิโมซ่าให้แก่ผู้หญิงเช่นกัน

・รานังคิวลัส
ภาษาของดอกไม้: “แสงที่ทอประกายพร่างพราว” “เต็มไปด้วยความเย้ายวน” “ความเย้ายวนที่ชัดเจน”
“บุคลิกภาพที่งดงาม” และ “ชื่อเสียงและเกียรติยศ”
ดอกไม้แต่ละดอกมีมากกว่า 100 กลีบซึ่งเรียงซ้อนกันจนดูราวกับเป็นกระโปรงบัลเล่ต์ทูทู นอกจากนี้ ดอกที่กำลังผลิบานยังแลดูงดงามและหรูหรายิ่ง ทั้งยังเป็นที่นิยมใช้ในช่อดอกไม้ของเจ้าสาวอีกด้วย ดอกไม้ชนิดนี้มีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ และได้รับการนำเข้าไปยังฝรั่งเศสโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ว่ากันว่าเมื่อพระองค์นำทัพครูเสดไปไกลถึงกรุงไคโร พระองค์ได้นำเมล็ดพันธุ์กลับมาจากอาณาจักรของศัตรูเพื่อเป็นของขวัญแด่พระชนนีผู้โปรดปรานดอกไม้

・ดอกรักเร่
ภาษาของดอกไม้: “ความงดงาม” “ความสง่างาม” และ “สวยงาม”
ดอกไม้ชนิดนี้มีลักษณะพิเศษคือมีขนาดใหญ่ สีสันสดใส มีหลากหลายสายพันธุ์ และยังโดดเด่นไม่เหมือนใครในยามที่ผลิบาน ดอกรักเร่เป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดินีในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระนางทรงภาคภูมิใจที่สามารถทำให้รักเร่พันธุ์หายากผลิบานได้ พระนางไม่แบ่งปันหัวของพืชชนิดนี้ให้กับใคร และเก็บความงามของรักเร่ไว้ชื่นชมแต่เพียงผู้เดียว แต่หลังจากนั้นเมื่อหญิงรับใช้ผู้หนึ่งของพระนางได้ขโมยบางส่วนมาปลูกไว้ในสวนและทำให้งอกงามได้สำเร็จ องค์จักรพรรดินีก็กลับหมดความสนใจในดอกไม้เหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ในภาษาของดอกไม้ ดอกรักเร่จึงถูกเปรียบว่าเป็น “ความไม่คงเส้นคงวา”

・กระดังงา
ภาษาของดอกไม้: “กลิ่นหอมของหญิงผู้เป็นโสด” และ “เสน่ห์เย้ายวน”
ดอกไม้ชนิดนี้มีชื่อที่มีความหมายในภาษาตากาล็อก ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาของประเทศฟิลิปปินส์ว่า “ดอกไม้ที่อยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้” ดอกไม้เหล่านี้ผลิบานเป็นสีเหลือง ขาว ม่วง และชมพูอย่างงดงาม ทั้งยังส่งกลิ่นหอมหวาน แฝงความฉุนเล็กน้อย ทว่าเย้ายวนใจ นอกจากนี้ ในประเทศอินโดนีเซีย ก็มีประเพณีการโปรยดอกกระดังงาไว้บนเตียงของคู่สมรสใหม่ กระดังงามักถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำหอมและน้ำมันหอมระเหยของหลายแบรนด์ดัง และได้รับการจัดว่าเป็นกลิ่นหอมที่ควรค่าแก่การจดจำอย่างยิ่ง